ปีที่ 3 ฉบับที่ 96 ประจำวันที่ 31 ตุลาคม- 6 พฤศจิกายน 2548



พยากรณ์อากาศ

การคาดหมายพายุไต้ฝุ่น “ไคตั๊ก” ในทะเลจีนใต้จะเคลื่อนเข้าชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนประมาณวันที่ 2 พฤศจิกายน ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ และอ่าวไทยมีคลื่นลมแรงในช่วงวันที่ 31 ต.ค.- 2 พ.ย. สำหรับแนวพัดสอบของลมตะวันออกเฉียงเหนือและลมตะวันตกที่พาดผ่านภาคเหนือจะเปลี่ยนเป็นลมกระแสเดียวในวันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไปทำให้มีฝนลดน้อยลง อนึ่ง วันที่ 3 พ.ย. มีหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นในทะเลจีนใต้ตอนล่างด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์และเคลื่อนเข้าใกล้ปลายแหลมญวนในวันที่ 5 พ.ย. ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น

เตือนการระบาดศัตรูพืช
โรคไหม้ข้าว
เกษตรกรที่ปลูกข้าวในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรระวังการเกิดโรคไหม้ข้าว เนื่องจากสภาพอากาศมีหมอกลงและมีความชื้นสูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เหมาะสมต่อการเกิดโรค โดยเฉพาะในช่วงบ่ายถึงเช้า
วันรุ่งขึ้นที่อุณหภูมิระหว่าง 22-28 องศาเซลเซียส ซึ่งต้นข้าวในระยะนี้มักเกิดโรคได้เป็นประจำทำให้ข้าวแสดงอาการไหม้คอรวงหรือเน่าคอรวง ถ้าเชื้อราเข้าทำลายขณะข้าวเพิ่งจะให้รวงเมล็ดจะลีบหมด แต่ถ้าเชื้อราเข้าทำลายขณะรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยว จะปรากฎรอยแผลช้ำสีน้ำตาลตรงบริเวณคอรวงทำให้เปราะหักง่าย รวงข้าวร่วงหล่นเสียหาย โรคนี้สามารถทำความเสียหายให้กับข้าวได้อย่างกว้างขวางและรุนแรง เกษตรกรจึงควรหมั่นออกสำรวจ
แปลงนาอยู่เสมอ

กรมส่งเสริมการเกษตรขอแนะนำการป้องกันกำจัด ดังนี้
1. ในกรณีที่มีการระบาดไม่รุนแรงให้ใช้เชื้อบาซิลลัส ซับทีลิส ฉีดพ่นอัตราตามคำแนะนำในฉลาก
2. ใช้สารเคมีฉีดพ่น ได้แก่
- อิดิเฟนฟอส 50 เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา 20-25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร
- บลาสติซิดิน-เอส 2 เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา 20-25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร
- ไตรไซคราโซล 75 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 10-16 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร
ควรพ่นในแปลงข้าวที่มีประวัติว่าเคยมีโรคระบาดมาก่อน หรือพบว่าใบมีแผลในระยะที่ข้าวตั้งท้อง
การใช้สารเคมีฉีดพ่นซ้ำกันหลายครั้ง เชื้อราจะต้านทานสารเคมีหรือดื้อยา ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อต้านทาน สารเคมี จึงควรเลือกใช้สารเคมีบางชนิดฉีดพ่นสลับกัน ทั้งนี้ในการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช เกษตรกรควรพิจารณาถึงอายุของข้าวหากเป็นระยะคอรวงและเมล็ดข้าวเป็นแป้งแข็งแล้วไม่ควรใช้สารเคมีเพราะจะไม่คุ้มทุน
แต่ถ้าข้าวอยู่ในระยะอื่น ๆ ควรใช้สารเคมีด้วยความระมัดระวังและคำนึงถึง ความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้และสภาพแวดล้อม
3. สำหรับในฤดูกาลถัดไปสามารถใช้วิธีการต่างๆในการควบคุมโรค ได้แก่
3.1 ใช้พันธุ์ต้านทานที่เหมาะสมในแต่ละท้องที่ ปัจจุบันมีพันธุ์ค่อนข้างต้านทาน ได้แก่ กข 1 กข 9 กข 11 กข 21 สุพรรณบุรี 1 และคลองหลวง 1
3.2 ไม่ควรหว่านข้าวหนาแน่นนัก ควรแบ่งแปลงให้มีการระบายถ่ายเทอากาศดี
3.3 ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนลง วิธีนี้อาจมีผลกระทบกระเทือนต่อผลผลิตของข้าว แต่จะช่วยไม่ให้ข้าวอ่อนแอต่อโรคมากเกินไป
3.4 เพาะกล้าและย้ายปลูกให้เร็วขึ้น
3.5 เพิ่มปริมาณซิลิก้าให้แก่ต้นข้าวเพื่อต้านทานต่อโรคโดยใช้ปุ๋ยหมักและแคลเซียม
3.6 นอกจากการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีการต่างๆดังกล่าวข้างต้นแล้ว อาจใช้สารเคมีคลุกเมล็ดพันธุ์ เช่น เบโนมิลผสมกับไธแรม หรือคาร์ซูก้ามัยซิน คลุกเมล็ดก่อนปลูก หรือ แช่เมล็ดในสารละลายเคมีนาน 24 ชั่วโมง ก่อนปลูก